บรรดาคณาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม

วันอัลกุดส์สากล คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับชาติมหาอำนาจ

เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา บรรดาคณาจารย์มหาวิทยาลัย หลายร้อยคน บรรดาผู้เชี่ยวชาญ อัจฉริยบุคคลของประเทศ เข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งเป็นการพบปะที่ใช้เวลานานสองชั่วโมงกว่าด้วยกัน โดยท่านผู้นำได้ให้ความสำคัญกับบทบาทอันสูงส่งของอาจารย์มหาวิทยาลัยในการอบรมสั่งสอนบรรดาสานุศิษย์ให้ได้รับวิชาความรู้และยังเป็นการผลักดันฐานะภาพของอิหร่านให้สูงส่งทางด้านความรู้ในโลกและท่านยังถือว่า ประเด็นวันกุดส์สากลเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างมากและยังเน้นว่า วันที่มีเกียรตินี้ มิได้เฉพาะกับการประกาศให้การสนับสนุนกับประชาชาติปาเลสไตน์เท่านั้น แต่ถือได้ว่า ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับชาติมหาอำนาจผู้สวาปามโลก

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังชี้ถึงวันกุดส์สากลที่จะมาถึง โดยกล่าวเสริมว่า “การรำลึกถึงวันกุดส์ มิได้หมายถึง การปกป้องประชาชาติที่ถูกกดขี่ซึ่งไร้ที่พักพิงเพียงอย่างเดียว แต่ทว่าในวันนี้ คือ การปกป้องชาวปาเลสไตน์ เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่เหนือกว่าประเด็นปาเลสไตน์เสียอีก

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังเน้นอีกว่า ในวันนี้การต่อสู้กับขบวนการยิวไซออนิสต์ ,การต่อสู้กับชาติมหาอำนาจจอมสวาปามโลก ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ ซึ่งนักการเมืองทั้งหลายของอเมริกาจึงรู้สึกในความเป็นศัตรูของการเคลื่อนไหวนี้

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ประเด็นหลักในการปราศรัยของท่านก็คือ การอธิบายหน้าที่ของครูและอาจารย์ โดยกล่าวว่า อาจารย์คือ ผู้ที่มีความรู้สึกรับผิดชอบในหน้าที่ ,มีความหวัง,มีความมั่นคงในพื้นฐานของศาสนาและรากฐานในการปฏิวัติ อีกทั้งยังมีเจตนามุ่งมั่นในการดำเนินงานแล เขายังสามารถทำให้นักศึกษามีแรงผลักดันในการขับเคลื่อนทางความคิดได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี กล่าวว่า ในทางตรงกันข้าม หากว่ามีอาจารย์ที่ไม่มีความมั่นคงในเจตนารมณ์ของประเทศและมีอัตลักษณ์ที่ต่อต้าน ก็จะทำให้นักศึกษานั้นมีแนวคิดที่ไม่ดีต่อการปฏิวัติ ซึ่งเราก็ได้รับประสบการณ์มาจากยุคจอมเผด็จการปาห์เลวี ถือว่าเป็นความข่มขืนและการปฏิวัติอิสลามก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ขับเคลื่อนในทางวิชาการ

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า มหาวิทยาลัย คือ ศูนย์กลางทางความรู้,นวัตกรรมใหม่ และยังมีผลที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ และยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยในอิหร่านอยู่นั้น เหล่าชาติมหาอำนาจต่างได้เพียรพยามที่จะสกัดกั้นการพัฒนาทางวิชาการความรู้กับชาวอิหร่านและผลกระทบที่มหาวิทยาลัยจะได้รับก็คือ การเข้าควบคุมหน่วยงานความมั่นคงและซึมซับในวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า การต้องห้ามไม่ให้เข้าถึงวิชาการสมัยใหม่ คือ อีกแผนการณ์ร้ายของชาติมหาอำนาจในการทำให้มหาวิทยาลัยนั้นเกิดความอ่อนแอ และกล่าวว่า ตลอดช่วงสมัยของยุคปาห์เลวี ตะวันตกนั้นไม่ต้องการให้มีการพัฒนาทางด้านวิชาการความรู้ในมหาวิทยาลัย และพวกเขาทั้งหลายต้องการให้มหาวิทยาลัยได้รับรู้ในวัฒนธรรมและค่านิยมของตะวันตก อีกทั้งยังห้ามไม่ให้มีแนวคิดในนวัตกรรมสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยอีกด้วย

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังชี้ถึงการตอบรับของบรรดานักศึกษาและมหาวิทยาลัยในกระบวนการปฏิวัติอิสลามและท่านอิมามโคมัยนี โดยกล่าวเสริมว่า ด้วยกับปัญหาพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ประจวบเหมาะกับมีสององค์ประกอบในการต่อต้านแนวคิดของอิสลาม ก็คือ แนวคิดมาร์กซิสและการโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดต่อหลักศีลธรรม เป็นเหตุให้เข้าสู่กระบวนการปฏิวัติและหลังจากการปฏิวัติ ยังได้มีการจัดตั้งหน่วยงานแห่งการปฏิวัติ เช่น องค์กรญิฮาดเพื่อการดำเนินชีวิตและซิพอฮ์ (กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญในอันดับต้นของประเทศ

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังเน้นว่า ความเป็นจริงนี้ แสดงถึงมหาวิทยาลัยนั้นได้มีการช่วยเหลือแนวความคิดในการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่สำคัญอย่างมากในการพัฒนาการทางการปฏิวัติและประเทศอิหร่าน

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังถือว่า การป้องกันมหาวิทยาลัยให้ออกห่างจากแนวทางที่หันเห, ความเข้าใจในความสำคัญของการศึกษาหาความรู้และการมีนวัตกรรมสมัยใหม่ในหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย และการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัย คือ ความเป็นสิริมงคลของการปฏิวัติอิสลาม และยังกล่าวอีกว่า ส่วนมากของบรรดานักศึกษาในยุคสมัยนั้นได้เป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน โดยที่พวกเขามีบทบาทที่ชัดเจนในการปกป้องพิทักษ์รักษาคุณค่าของอิสลาม

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า มีอยู่สองหลักการในการบรรลุสู่เป้าหมาย ก็คือ อันดับแรก คือ การอบรมสั่งสอนสานุศิษย์และบทบาทของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์ ส่วนหลักการที่สองก็คือ พฤติกรรมของทั้งสองที่มีหลังจากการเรียนในมหาวิทยาลัย

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในโลกอย่างฉับพลัน  โดยถือว่าเป็นประเด็นที่มีสำคัญมากและกล่าวถึงบรรดาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยว่า พวกท่านจะต้องทำการอบรมบรรดานักศึกษาที่เป็นเยาวชนให้รู้จักการเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ในโลก

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวว่า หากว่าในประเทศมีเยาวชนที่มีพลัง ,เป็นผู้ที่เคร่งครัดต่อศาสนา,นักปฏิวัติ,มีความรู้อย่างลึกซึ้งและมีการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ จะสามารถทำให้สถานการณ์ของโลกเกิดความเปลี่ยนแปลงและการจำกัดและปัญหาฟองประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านก็จะหมดไป และจะรู้จักถึงสถานภาพที่แท้จริงของอิหร่านและประชาชาติอิหร่าน

ท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวเตือนว่า หากมิได้เป็นเช่นนี้ ประเทศของเราก็จะประสบกับสถานการณ์เหมือนในยุคการแก้ไขรัฐธรรรมนูญ หมายถึง ยุคก่อนการปฏิวัติอิสลาม ที่เป็นยุคแห่งความมืดบอดและความต่ำต้อยของประเทศก็ว่าได้

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังถือว่า การยึดติดกับแนวความคิดและการปฏิบัติ เป็นองค์ประกอบทางด้านลบ และกล่าวเสริมว่า บรรดาเยาวชนในวันนี้ จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆที่สำคัญและแปลกประหลาดอีกในอนาคต ซึ่งจำเป็นจะต้องเป็นผู้ชำนาญการในการปฏิบัติงาน ,เชื่อมั่นตนเอง,มีจิตวิญญาณในการทำงาน  อีกทั้งยังรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ และต้องรู้ถึง  ผลประโยชน์ที่แท้จริงของชาตินั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกับอัตลักษณ์ของชาติด้วยเช่นกัน

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า การขาดการอบรมสั่งสอนต่อเยาวชนทั้งหลายในวันนี้ ที่ไม่ให้ยึดติดกับชาติมหาอำนาจใดๆในโลก เป็นเหตุให้มีการไม่เข้าใจต่อความสำคัญของความเป็นอิสระเสรีภาพ และท่านยังกล่าวกับบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยว่า จงทำให้บรรดาเยาวชนรู้จักถึงคุณค่าของความเป็นอิสระเสรีภาพในประเทศ

หลังจากที่ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามกล่าวถึงความสำคัญในบทบาทของอาจารย์ในการอบรมสั่งสอนที่ถูกต้องและจะกล่าวถึงบทบาทของอาจารย์นอกมหาวิทยาลัย หมายถึงผลกระทบในสิ่งแวดล้อมที่ได้รับนอกมหาวิทยาลัย

ท่านผู้นำยังชี้ถึงคำพูดของบรรดาอาจารย์ที่กล่าวในการพบปะกัน โดยท่านกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญก็คือ คำพูดเหล่านี้ที่จะต้องไปถึงยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ท่านผู้นำยังได้ยกตัวอย่าง โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจต้านทานเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างยอมรับ และจะต้องมีการจัดตั้งกรรมาธิการในการปฏิบัติงาน แต่หากว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ ก็เพราะว่า ยังมีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขและการแก้ไขปัญหานี้ก็เป็นหน้าที่ของบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การช่วยเหลือในการบริหารทั่วไปในประเทศ คือ อีกบทบาทหนึ่งของนักวิชาการมหาวิทยาลัย และกล่าวเสริมว่า การโดนไวรัสทางซอฟแวร์ของการบริหารจัดการทั่วไปของประเทศ เป็นแผนการณ์หนึ่งของศัตรูที่ต้องการสร้างความวุ่นวายในการดำเนินการและการป้องกันปัญหาจะต้องใช้ประโยชน์จากศักยภาพของมหาวิทยาลัย

การกล่าวถึงปัญหาต่างๆ คือการคาดหวังของท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติที่มีต่อบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัย

และท่านยังชี้ถึงเอกสาร2030 โดยกล่าวว่า ประเด็นนี้ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างมากและเป็นอันตรายที่สุด ซึ่งบางคนมีความคิดว่า การกระทำของหน่วยงานต่างๆของสหประชาชาติ เช่น องค์การยูเนสโก ได้มีการวางแผนเพื่อร่างระบบแนวคิด, การศึกษา, วัฒนธรรมให้กับทุกๆประชาชาติ และจะทำให้ประชาชาติทั้งหลายนั้นเป็นไปตามที่พวกเขาจะกำหนดให้เป็นไป

ท่านอยาตุลลอฮ์ ยังกล่าวเสริมว่า สิ่งที่บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยจะต้องอธิบายให้ชัดเจนก็คือ เอกสาร2030 เป็นเอกสารที่องค์กรสหประชาชาติร่างขึ้นโดยผ่านการรับรองของชาติมหาอำนาจที่ต้องการเข้ามาควบคุมทุกประชาชาติ แต่อยากที่จะถามพวกเขา ก็คือ พวกท่านทั้งหลายมีสิทธิอันใดหรือที่จะมาเปลี่ยนแปลงแนวคิด, ความศรัทธาและวัฒนธรรมของประเทศชาติทั้งหลาย?

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวอีกว่า บางคนคิดว่า เอกสารนี้ไม่มีข้อบังคับใช้ แต่การคิดเช่นนี้เป็นการคิดแบบไร้มาตรฐาน เพราะว่า ทุกมาตราของเอกสารฉบับนี้มีข้อบังคับใช้ทั้งหมดและหากมิได้เป็นเช่นนั้นก็จะเกิดปฏิกิริยาตามมาในทันที

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ในช่วงท้ายของการปราศรัย ท่านได้ตั้งคำถามว่า ทำไมเราจะต้องยอมรับเอกสารนี้ด้วยและในทางปฏิบัติจำเป็นด้วยหรือที่ตะวันตกจะเป็นแบบอย่างให้กับพวกเรา?

ท่านผู้นำสูงสุดยังกล่าวเสริมว่า ในหลายปีที่ผ่านมา เราได้วางโครงการแบบอย่างในการพัฒนาของอิสลามแห่งอิหร่าน ซึ่งบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยจำต้องนำไปปฏิบัติและยังเป็นการปิดแนวทางของตะวันตกในการแทรกแซงในประเทศอีกด้วย

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังเน้นถึงผลของการยืนหยัดของประชาชาติและรัฐอิสลามในการบรรลุถึงเป้าหมายของอิสลามและการปฏิวัติ โดยเน้นว่า ประชาชาติจะดำเนินอย่างต่อเนื่องในวิถีทางนี้ และด้วยกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า แน่นอนที่สุดพวกเราก็จะได้รับชัยชนะในที่สุด

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังกล่าวถึง การใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนและการนบน้อมต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยกล่าวว่า ในวันนี้ ประเทศชาติของเราประสบกับปัญหาต่างๆมากมายและการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้าและหวังว่าจะเป็นการแก้ไขอุปสรรคต่างๆอีกด้วย

ในช่วงเริ่มต้นของการพบปะ

ดร. มะฮ์มูด ฟะตูฮี อธิบการบดีมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมชะรีฟ

ดร. อิบรอฮีม มุตตะกี อาจารย์มหาวิทยาลัยเตหะราน

ดร. ซัยยิด ฮะซัน กุดซีพูร อาจารย์มหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมอะมีรกะบีร

ดร. อิบรอฮีม ซูซันชี กาชานี อาจารย์มหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมชะรีฟ

ฮุจญตุลอิสลาม ดร. ฮะมีด พอรซอนิยอ อาจารย์มหาวิทยาลัยเตหะราน

ดร. คิยูมัรซ์ ยัซดอนพะนอฮ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเตหะราน

ดร. ฮุเซน อิวัซลู อาจารย์มหาวิทยาลัยอิมามซอดิก

ดร. คอดีญะฮ์ ซุลกัดร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยออซอดอิสลามี

ประเด็นหลักที่บรรดาคณาจารย์ได้แสดงทัศนคติ มีดังต่อไปนี้ :

ความจำเป็นในการใช้ประโยชน์จากนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในด้านต่างๆ

ให้ความสนใจในความหมายของ การมีอำนาจกับการคุกคาม และผลกระทบที่จะได้รับ

ปัญหาการตัดความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานการวางแผนของประเทศ

การสิ้นสุดโดยไม่มีสาเหตุของโครงการวิชาการในประเทศ

การสนใจในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจต้านทาน

การใช้ประโยชน์จากศักยภาพและท้องถิ่นในประเด็นสตรี

การเสนอให้มีการจัดตั้งสภาเพื่อความมั่นคงทางการเงินและศูนย์การวิจัยระบอบเศรษฐศาสตร์อิสลาม

ไม่มีการตรวจสอบอย่างพอเพียงในกฏหมายทางการเงินและธนาคาร

และเช่นกันได้มีนักศึกษาคนหนึ่งลุกขึ้นถามคำถามต่อท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามเกี่ยวกับปัญหาทุนของนักศึกษา โดยท่านผู้นำได้ตอบว่า จะมีการดำเนินการอย่างทันทีและประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ท่านรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ได้กล่าวชี้แจงไปแล้ว

ในช่วงท้ายของการพบปะกัน ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามได้นำนมาซมักริบและอิชาอ์ร่วมกับบรรดาผู้เข้าร่วมทุกๆคน พร้อมทั้งยังมีการร่วมละศีลอดร่วมกับท่านผู้นำสูงสุดอีกด้วย

 

700 /