ข้าราชการและบรรดาทุตานุทูตประเทศอิสลามเข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม

การต่อสู้กับรัฐเถื่อนไซออนิสต์ เป็นวาญิบ(จำเป็น)สำหรับโลกอิสลาม

เมื่อช่วงก่อนเที่ยงของวันจันทร์ที่ผ่านมา ข้าราชการ ประชาชนและบรรดาทุตานุทูตประเทศอิสลามเข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี โดยท่านถือว่า การสร้างความแตกแยกคือปัญหาที่สำคัญที่สุดและเป็นบาดแผลที่ใหญ่ในเรือนร่างของโลกอิสลามและท่านผู้นำยังชี้ถึงบทบาทของศัตรูในการจุดเปลวเพลิงเพื่อสร้างความแตกแยก โดยกล่าวเสริมว่า การมีเอกภาพและการหลีกเลี่ยงจากความแตกแยก ถือว่าเป็นผลประโยชน์กับประเทศอิสลามทั้งสิ้น และในประเด็นปาเลสไตน์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหลักของโลกอิสลาม จะต้องมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันและอย่าปล่อยให้ลืมเลือนเป็นอันขาด

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้กล่าวแสดงความยินดีเนื่องวันอีดฟิฏร์อันจำเริญยิ่ง และท่านยังชี้ถึงการฉวยโอกาสของศัตรูในการสร้างความแตกแยกในหมู่ชนเผ่า นิกายและแผ่นดิน โดยกล่าวเสริมว่า การสนับสนุนของสมาชิกสภาคองเกรสของอเมริกาต่อสังคมอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ที่ตรงกันข้ามกับสังคมชีอะฮ์  ในขณะที่พวกเขาเหล่านั้นเป็นศัตรูกับอิสลามและประเทศอิสลามอย่างเปิดเผย ทั้งหมดนั้นคือ แผนการณ์อันชั่วร้ายของพวกเขา ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่จะต้องมีความระมัดระวังและน่ากังวลเป็นอย่างมาก แต่ทว่า ช่างเป็นสิ่งน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐฯอิสลามทั้งหลายต่างได้เพิกเฉยกับศัตรูเหล่านี้

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ถึงการต่อสู้กันโดยมีการหลั่งเลือดในสถานที่ต่างๆของโลกอิสลาม เช่น ในเยเมน,ซีเรีย,อิรักและอัฟริกาเหนือ โดยเน้นว่า การสร้างความแตกแยกนั้นเป็นอันตรายต่ออิสลามและประชาชาติอิสลาม ซึ่งในทางตรงกันข้าม ความใกล้ชิดของประเทศอิสลามทั้งหลายและหลีกเลี่ยงจากการปะทะกันเองในประเทศต่างๆก็ถือว่าตรงกันกับวิทยปัญญาของพระผู้เป็นเจ้าและเป็นผลประโยชน์กับประเทศทั้งหลายในโลกอิสลาม

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การเดินขบวนในวันอัลกุดส์จากการเข้าร่วมของบรรดาประชาชนชาวอิหร่านในเตหะรานและในเมืองต่างๆทั่วประเทศ ในการปกป้องสิทธิของประชาชนชาวปาเลสไตน์ คือ ตัวอย่างหนึ่งของความภาคภูมิใจในเอกภาพของอิสลาม และท่านกล่าวว่า ความหมายของเอกภาพในอิสลามก็คือ ประชาชนชีอะฮ์ที่กำลังถือศีลอดได้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนโดยแสดงถึงความเป็นหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ที่เป็นชาวซุนนี

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังถือว่า การไม่ใส่ใจและลืมเลือนต่อประเด็นปาเลสไตน์ คือ อันตรายอันยิ่งใหญ่ในโลกอิสลาม โดยกล่าวว่า ปัญหาปาเลสไตน์ คือ ปัญหาหลักของโลกอิสลาม ในขณะที่บางประเทศชาติอาหรับกลับไม่ให้ความสำคัญในประเด็นนี้ อีกยังได้มีการลืมเลือนด้วย

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ถึงการยึดครองประเทศปาเลสไตน์และการขับไล่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ให้ออกจากถิ่นฐานและที่อยู่อาศัยของตน โดยกล่าวเสริมว่า ตามหลักศาสนบัญญัติอิสลาม ในการปฏิบัติกับศัตรูที่เข้ามายึดครองแผ่นดินของอิสลาม ถือว่าเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่จะต้องมีการต่อสู้ในทุกวิธีการที่เป็นไปได้และด้วยเหตุนี้เอง การต่อสู้กับรัฐเถื่อนไซออนิสต์ จึงเป็นความจำเป็นสำหรับโลกอิสลามในวันนี้

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าววิพากษ์วิจารณ์การไม่ยอมรับในการต่อสู้นี้ของบางประเทศอิสลาม และท่านยังถือว่า ประชาชาติอิหร่านได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนแล้ว และท่านยังกล่าวเสริมอีกว่า โลกอิสลามนั้นต้องการเอกภาพและพันธมิตรที่แท้จริงและประชาชาติอิสลามนั้นจะต้องมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันและนี่คือหน้าที่ๆสำคัญของรัฐบาลทั้งหลายที่จะต้องมีความรับผิดชอบ

ก่อนการปราศรัยของท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ท่านโรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่านได้ชี้ถึงการสิ้นสุดการจัดการเลือกตั้งทางการเมือง โดยกล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้ว ในการบริการประชาชน และการปฏิบัติตามข้อกฏหมายและการบรรลุถึงเป้าหมายอันสูงส่งของประชาชาติ อีกทั้งความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติตามคำเสนอแนะของท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม เพื่อให้การพัฒนาทางด้านการผลิตและขจัดปัญหาการว่างงาน

ท่านประธานาธิบดีอิหร่าน ยังชี้ถึง เหตุการณ์การโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายในกรุงเตหะรานครั้งล่าสุด และกล่าวว่า ข้าพเจ้าขอกล่าวขอบคุณในการยืนหยัดของประชาชาติอิหร่านทุกคนที่มีความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับกลุ่มก่อการร้ายและยังคงรักษาเอกภาพในประเทศไว้ได้ อีกทั้งยังต้องขอขอบคุณต่อบุคคลที่ได้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศและได้ใช้มันในการโต้ตอบต่อบรรดาศัตรู

ท่านโรฮานี ยังกล่าวถึง สาธารณรัฐอิสลามนั้นมีคำตอบให้กับกลุ่มก่อการร้ายเสมอ แม้จะเป็นเพียงการปฏิบัติการณ์ที่แสดงแสนยานุภาพเล็กน้อยของกองทัพก็ตาม และกล่าวเสริมว่า กองกำลังทุกเหล่าทัพ รัฐบาล ประชาชนทั้งหลาย ได้ยืนเคียงข้างท่านผู้นำสูงสุดมาโดยตลอดและแสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นในความเป็นเอกภาพและการมีอำนาจของประชาชาติอิหร่านอีกด้วย

ท่านโรฮานี ยังกล่าวขอบคุณต่อประชาชนทั้งหลายที่ได้ออกมาเดินขบวนในวันอัลกุดส์ และกล่าวว่า การเดินขบวนของประชาชนในวันอัลกุดส์นั้นเป็นความหวังให้กับบรรดามุสลิมและชาวปาเลสไตน์เพื่อพิสูจน์ว่า ในท้ายที่สุด สัจธรรมก็จะได้รับชัยชนะเหนือความเท็จนั่นเอง

700 /