สำนักผู้นำสูงสุดซัยยิด อาลี คาเมเนอี

คณะบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานและผู้รับผิดชอบในกิจการฮัจญ์เข้าพบท่านผู้นำสูงสุด

จะต้องไม่หลงลืมต่อมิติต่างๆทางการเมืองของฮัจญ์

คณะบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานและผู้รับผิดชอบในการประกอบพิธีฮัจญ์เข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี โดยท่านผู้นำถือว่า คำบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าในการรวมตัวของบรรดามุสลิมในเวลาเดียวกันและสถานที่อันจำเพาะสำหรับการประกอบพิธีฮัจญ์นั้น มีหลายมิติและสาส์นทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง เช่น ความจำเป็นในการสร้างความสัมพันธ์กัน การมีเอกภาพระหว่างชาวมุสลิมด้วยกัน และการแสดงออกถึงการมีอำนาจของประชาชาติอิสลาม โดยท่านได้กล่าวอีกว่า “นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีมิติต่างๆทางด้านจิตวิญญาณที่สำคัญอย่างมาก ที่จะต้องมีการวางแบบแผนและการดำเนินการตามความจริงเหล่านี้เพื่อที่จะบรรลุสู่เป้าหมายทั้งหลายของอิสลามอีกด้วยเช่นกัน”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การสร้างความสัมพันธ์กันของประชาชาติอิสลามในฮัจญ์  การทำให้สาส์นของการปฏิวัติอิสลามถึงยังบรรดาผู้แสวงบุญและการขจัดความคลุมเคลือและข้อสงสัยของพวกเขา การเตรียมความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งในการสร้างความสัมพันธ์ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกับประเทศอื่นๆของโลกอิสลาม การใช้ชีวิตอย่างเป็นพี่น้องกันกับสำนักคิดต่างๆของอิสลาม  ทั้งหมดนั้นคือ สาส์นต่างๆของฮัจญ์และยังถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโลกอิสลามในพิธีฮัจญ์  โดยท่านยังเน้นอีกว่า “จะต้องทำให้ฮัจญ์นั้นเป็นการรักษาเกียรติยศของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และด้วยเหตุนี้ก็จะไม่หลงลืมต่อมิติต่างๆทางการเมืองของฮัจญ์ด้วย ฉะนั้น ฮัจญ์ของศาสดาอิบรอฮีมหลังจากการปฏิวัติอิสลามกับฮัจญ์ก่อนหน้านี้และฮัจญ์ของประเทศต่างๆที่ไม่ได้รับกลิ่นไอของอิสลามและการปฏิวัติอิสลามก็จะต้องมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้ถึงการสร้างอุปสรรคของรัฐบาลซาอุดี้ในการจัดกิจกรรมการอ่านดุอาอ์กุเมล โดยกล่าวเสริมว่า “จะต้องก้าวผ่านอุปสรรคและความเสียหายเหล่านี้ด้วยกับความเพียรพยายามอย่างมาก”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการทำลายอนุสรณ์สถานรำลึกของอิสลาม เช่น การทำลายอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวกับท่านศาสดาผู้ทรงเกียรติ ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน อะลี บรรดาคอลีฟะฮ์และเหล่านักรบในช่วงแรกของอิสลาม ด้วยกับข้ออ้างในการแพร่ขยายกิจการฮัจญ์ โดยกล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศทั้งหลายต่างต้องการที่จะอนุรักษ์ในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของพวกเขา แม้กระทั้งได้มีการสร้างแบบจำลองในอนุสรณ์เหล่านั้นเพื่อต้องการให้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ของพวกเขา แต่ในปัจจุบัน กลับมีการทำลายอนุสรณ์สถานต่างๆของอิสลามอย่างมากมายในนครมักกะฮ์และเมืองมะดีนะฮ์”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม กล่าวเตือนถึงยังองค์กรฮัจญ์และการซิยาเราะฮ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องมีการดำเนินการในการประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการฮัจญ์ของประเทศต่างๆของอิสลาม ที่จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดมีการทำลายอนุสรณ์สถานที่หลงเหลือของอิสลามอีกด้วย”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้กล่าวขอบคุณต่อบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายทุกๆคนในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสมัยใหม่ โดยเฉพาะจากสื่อทางสังคมออนไลน์ในการมีความสัมพันธ์กับเหล่าผู้แสวงบุญของประเทศต่างๆในช่วงพิธีฮัจญ์ และการทำงานร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพซึ่งกันและกัน 

ก่อนในการปราศรัยของท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ท่านฮุจญตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน กอฎี อัสกัร ผู้แทนวะลียุลฟะกีฮ์และอะมีรุลฮัจญ์อิหร่าน และนายมูฮัมมะดี ผู้อำนวยการองค์กรฮัจญ์และการซิยาเราะฮ์ได้กล่าวรายงานถึงการดำเนินการและกิจกรรมในภาคส่วนต่างๆทางวัฒนธรรมและในการปฏิบัติการณ์

 

700 /