สำนักผู้นำสูงสุดซัยยิด อาลี คาเมเนอี

บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาล เอกอัครราชทูตของประเทศอิสลาม เข้าพบท่านผู้นำสูงสุด

“ประเด็นฉนวนกาซ่า ถือเป็นประเด็นอันดับต้นของโลกอิสลามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาล เอกอัครราชทูตของประเทศอิสลาม เข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี และกลุ่มผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ เนื่องในโอกาสวันอีดฟิฏร์ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณต่อการเข้าร่วมอย่างน่าอัศจรรย์ และเสียงโห่ร้องของประชาชาติอิหร่านในการเดินขบวนวันอัลกุดส์สากล โดยท่านผู้นำ เน้นย้ำว่า “ต้องขอบคุณอย่างจริงใจต่อประชาชาติ ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในการแก้ไขปัญหาต่างๆและการสร้างระเบียบวินัยให้กับความพยายามเหล่านี้”

ในการพบปะกันครั้งนี้ ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามได้กล่าวแสดงความยินดี เนื่องในวันอีดฟิฏร์ และขออวยพรให้ประชาชาติอิหร่านและประชาชาติมุสลิมทั้งหมด มีแต่ความสุขและได้รับเกียรติยิ่ง ด้วยการสร้างบรรยากาศทางจิตวิญญาณอันพิเศษในเดือนรอมฎอนอันจำเริญ โดยท่านผู้นำถือว่า การเดินขบวนวันกุดส์ในปีนี้ คือ อีกหนึ่งการสำแดงความเจิดจ้าของประชาชาติอิหร่านในเดือนรอมฎอนอันจำเริญ โดยท่านกล่าวเสริมว่า “การเดินขบวนวันกุดส์ อันมีเอกลักษณ์นี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองและระหว่างประเทศที่น่าประหลาดใจ ซึ่งตามรายงานของผู้ที่มีประสบการณ์ โดยมีผู้คนเข้าร่วมอย่างหนาแน่นและมากกว่าปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นเสียงโห่ร้องของสาธารณชนด้วยความหมายที่แท้จริง”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังกล่าวขอบคุณประชาชาติอิหร่านที่บุกเบิกในทุกด้านจิตวิญญาณ สังคม และการเมืองทั้งหมด ไม่ได้ถือว่าการขอบคุณด้วยวาจา เป็นการเพียงพอ โดยท่านผู้นำกล่าวถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ว่า “จะต้องขอบคุณประชาชาตินี้ ในทางปฏิบัติและเกี่ยวกับผลงานที่ พณฯประธานาธิบดีกล่าวอธิบายมาและหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นที่ยืนยันว่า การทำงานและการวางแบบแผน ควรกระทำเพื่อให้บรรลุความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและการสร้างระเบียบวินัยในความพยายามและความรู้สึกรับผิดชอบและความพยายามที่เห็นในเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย”

ในอีกส่วนหนึ่งของการปราศรัยของท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ประเด็นฉนวนกาซ่า เป็นประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นประเด็นอันดับต้นๆ ของโลกอิสลาม และต้องการให้ทุกคนมีความสำนึกถึงความรับผิดชอบ โดยท่านกล่าวเสริมว่า “หัวใจของประชาชาติต่างๆ แม้กระทั่งประชาชาติที่ไม่ใช่มุสลิม ก็อยู่เคียงข้างบรรดาผู้ถูกกดขี่ในปาเลสไตน์และในฉนวนกาซ่า ดังที่เห็นได้จากการเดินขบวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และแม้แต่ในอเมริกาเอง ก็ถือเป็นการต่อต้านอาชญากรรมของรัฐเถื่อนไซออนิสต์”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การเปลี่ยนประเด็นปาเลสไตน์ให้กลายเป็นประเด็นแรกที่ประชาชาติมีความสนใจ แม้ว่า รัฐเถื่อนไซออนิสต์จะเข้ามาควบคุมหน่วยงานสื่อของโลก มาเป็นระยะเวลานาน และพวกเหล่านี้ยังหลีกเลี่ยงจากการถ่ายทอดเสียงและข่าวสารของปาเลสไตน์ก็ตาม เป็นการบ่งชี้ถึงสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในโลกอิสลาม โดยท่านกล่าวว่า “แม้จะมีความสำนึกถึงความรับผิดชอบของประชาชาติต่างๆ ก็ตาม แต่ช่างน่าเสียใจที่รัฐบาลต่างๆนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า ข้อเท็จจริงที่น่าเสียใจยิ่งกว่าในปัจจุบันที่ว่า การช่วยเหลือของประเทศอิสลามบางประเทศที่มีต่อระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ บนจุดสูงสุดของการก่ออาชญากรรมต่อสตรีและเด็กๆของรัฐเถื่อนนี้ โดยท่านผู้นำสูงสุดกล่าวว่า “ความช่วยเหลือเหล่านี้และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบที่อ่อนแอของรัฐเถื่อนไซออนิสต์ ถือเป็นการทรยศต่อประชาชาติอิสลามและการทรยศต่อประชาชาติต่างๆ ของผู้ช่วยเหลือเหล่านี้ เพราะว่า การช่วยเหลือทั้งหลายในความเป็นจริงแล้ว ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อเป็นการทำลายล้างตัวของพวกเขาเอง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ข้อเสนอและความคาดหวังที่ชัดเจนของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในการตัดความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของรัฐอิสลามกับระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ โดยท่านเน้นย้ำให้เห็นว่า ในสภาพที่มีการลงประชามติในกลุ่มประเทศอิสลาม ความคาดหวังนี้ก็จะเกิดขึ้นกับประชาชาติมุสลิมทั้งหมด โดยท่านกล่าวเสริมว่า “อย่างน้อยที่สุดของความคาดหวัง ก็คือ รัฐบาลของประเทศอิสลาม ควรจะตัดความสัมพันธ์กับระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ในรูปแบบชั่วคราว  จนกว่าความต่อเนื่องของอาชญากรรมเหล่านี้จะสิ้นสุด และอย่าได้ช่วยเหลือพวกเขาอีกด้วย”

ในช่วงเริ่มต้นของการพบปะกันครั้งนี้ ฮุจญตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ระอีซี ประธานาธิบดี ได้กล่าวขอบคุณต่อบรรดาผู้เดินขบวนในวันอัลกุดส์สากล โดยถือว่า การปกป้องจากชัยชนะทางยุทธศาสตร์ของขบวนการต่อสู้ และความเป็นเอกภาพของอิสลามที่มีฉนวนกาซ่าและอัลกุดส์อันประเสริฐ เป็นแกนหลัก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความสำเร็จของเดือนรอมฎอนในปีนี้ทั้งสิ้น

อีกส่วนหนึ่งของคำพูดของ พณฯ ระอีซี ได้ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งสภาทั้งสามสำหรับการก้าวไปสู่เป้าหมายของคำขวัญแห่งปี “ปีแห่งการพุ่งทะยานทางผลิตภัณฑ์และความร่วมมือจากประชาชน” โดยเขากล่าวถึงผู้ผลิตและนักเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา มีการใช้เงินตราต่างประเทศจำนวน 69 พันล้านดอลลาร์ในการนำเข้าสินค้าขั้นพื้นฐานและการจัดหาความต้องการของบริษัทผู้ผลิตและการให้บริการที่ได้รับการจัดสรรและในปัจจุบันนี้ ก็ไม่มีปัญหาใดๆในการจัดหาสกุลเงินตามที่ประเทศนั้นมีความต้องการ”

พณฯ ประธานาธิบดีระอีซี ยังชี้ให้เห็นอีกว่า สถานการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างน่าสนใจของตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงทศวรรษที่ 90 มีความร่วมมือและดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นความสำเร็จที่เพิ่มขึ้น และเขายังแสดงถึงความหวังว่า สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงระหว่างประเทศในปัจจุบัน จะกลายเป็นพื้นฐานสำหรับการเกิดขึ้นของระเบียบโลกที่ยุติธรรม”

 

700 /